รองเท้า Klas & Sylph เป็นรองเท้า “แฮนด์เมด” รึเปล่า?

นอกเหนือจากพื้นรองเท้าและพื้นยางใต้รองเท้าที่ต้องใช้เครื่องจักรช่วยในการผลิต การผลิตรองเท้า Klas & Sylph ในส่วนอื่นๆเป็นผลผลิตงานหัตถกรรมของมนุษย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บ การห่อพื้น การประกอบ หรือการตกแต่ง ทั้งนี้เป็นเพราะรองเท้า Klas & Sylph เป็นสินค้าพิเศษที่มีรายละเอียดหลายมิติ ซึ่งซับซ้อนเกินกว่าที่เครื่องจักรปัจจุบันจะสามารถผลิตได้ รองเท้า Klas & Sylph จึงมีคุณภาพงานที่เป็นเอกลักษณ์ อันเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสินค้า "แฮนด์เมด" และเป็นสิ่งที่ท่านจะสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ด้วยตัวของท่านเอง :)

พื้นรองเท้า Klas & Sylph ทำมาจากอะไร?

พื้นรองเท้าของเราทำจากวัตถุดิบที่เรียกว่าโพลียูรีเทน (polyurethane) ที่มีคุณภาพดีที่สุด เป็นวัตถุดิบนำเข้ามาจากเยอรมันที่นำมาผสมอีกทีตามสูตรพิเศษเฉพาะของ Klas & Sylph ทำให้เกิดเป็นพื้นรองเท้าที่มีความนุ่มสบาย มีความยืดหยุ่นสูง และมีความทนทานอย่างมาก นอกจากนี้ ยังให้คุณสมบัติ “คืนรูป” ซึ่งช่วยให้เกิดความมั่นคงในการเดินอย่างต่อเนื่อง อันเป็นคุณสมบัติที่รองเท้ายี่ห้ออื่นส่วนใหญ่ในท้องตลาดไม่มีอีกด้วย ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเนื้อหาส่วนสุดท้ายในหน้า "ประโยชน์ต่อสุขภาพ" และ/หรือ คำตอบของคำถามพบบ่อยต่อไปนี้ค่ะ พื้นรองเท้าที่มีคุณสมบัติ “คืนรูป” เป็นอย่างไร? และดีต่อสุขภาพเท้าอย่างไร?

หนังหน้า (upper) และ ผ้าบุใต้หนังหน้า (upper lining) ของรองเท้า Klas & Sylph ทำมาจากอะไร?

วัตถุดิบหลักๆที่เราใช้ทำ หนังหน้า (upper) ของรองเท้า Klas & Sylph มีดังนี้ หนังวัวแท้ เช่น หนังนุ่มนัปป้า หนังกลิตเตอร์ หนังขนพิมพ์ลายเสือดาว หนังเคลือบฟอยล์ และ หนังสั่งทำพิเศษ ไมโครไฟเบอร์เคลือบแก้ว - ไม่เหมือนผ้าพียู หรือ ผ้าพีวีซี เพราะเป็นเป็นวัตถุดิบที่ดีกว่ามาก เพราะทนแดดทนฝน และมีอายุการใช้มากกว่า 3 ปี (ในขณะที่ผ้าพียู หรือ ผ้าพีวีซี ใช้ไปไม่นานผิววัตถุดิบก็เริ่มลอกแล้ว) ผ้าชนิดต่างๆที่ใช้ในการเสริมประดับตกแต่ง ส่วนวัตถุดิบที่เราใช้เป็น ผ้าบุใต้หนังหน้า (upper lining) ของรองเท้า Klas & Sylph มีดังนี้ ไมโครไฟเบอร์ผิวขน (microsuede) เพราะมีความคงทน และมีความนุ่มสบายต่อผิวมาก ผ้าประดาน้ำ (neoprene) จะใช้กับหนังหน้าของรองเท้าผู้ชาย เพราะมีความนุ่มและถ่ายเทอากาศได้ดีมาก เหมาะกับรองเท้าผู้ชายที่มีชิ้นส่วนของหนังหน้าเป็นชิ้นใหญ่

ผ้าบุพื้นรองเท้า (sock lining) ของรองเท้า Klas & Sylph ทำมาจากอะไร?

ผ้าบุพื้นรองเท้า (sock lining) ของรองเท้า Klas & Sylph ทำมาจากผ้าวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า ไมโครไฟเบอร์ ซึ่งเราใช้อยู่ 2 ชนิด คือ (1) ไมโครไฟเบอร์ผิวขน และ (2) ไมโครไฟเบอร์ผิวเรียบ ไมโครไฟเบอร์ผิวขนที่มีผิวสัมผัสคล้ายหนังกลับมาก แต่ดีกว่าหนังกลับตรงที่สามารถโดนน้ำได้โดยที่ไม่หดตัวหรือแข็งกระด้างขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไมโครไฟเบอร์ผิวเรียบ (ที่มีผิวสัมผัสคล้ายหนังนุ่มนัปป้า) แล้ว ท่านจะต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยกว่า เพื่อที่จะสามารถขจัดคราบสกปรกได้ง่ายขึ้น (เปรียบได้กับการดูแลรักษาเสื้อผ้าของเรา หากเราทำความสะอาดถี่หน่อย คราบสกปรกก็จะออกง่ายขึ้นโดยไม่ต้องขัดแรงให้เนื้อผ้าเสีย) ในทางกลับกัน หากท่านไม่สะดวกที่จะทำความสะอาดรองเท้าบ่อยๆ ท่านสามารถเลือกวัสดุบุพื้นรองเท้าเป็นไมโครไฟเบอร์ผิวเรียบ เวลาสั่งซื้อสินค้าแทนค่ะ

ไมโครไฟเบอร์ผิวขน vs ไมโครไฟเบอร์ผิวเรียบ อย่างไหนดีกว่ากัน?

ไมโครไฟเบอร์ผิวขน จะมีผิวสัมผัสคล้ายหนังกลับ จึงให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายมากกว่า แต่ถ้าเทียบกับไมโครไฟเบอร์ผิวเรียบแล้ว จะต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยกว่า (ทำความสะอาดทุกๆ 2-3 วัน หรือ เมื่อเริ่มมีคราบสกปรก) ในทางกลับกัน ไมโครไฟเบอร์ผิวเรียบ จะมีผิวสัมผัสคล้ายหนังนุ่มผิวเรียบ ซึ่งแม้จะให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายน้อยกว่าไมโครไฟเบอร์ผิวขน แต่การดูแลรักษาทำความสะอาดทำได้ง่ายกว่า เพียงใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด หรือ ทิชชู่เปียกที่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต เช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอแล้ว ท่านสามารถอ่านรายละเอียดวิธีทำความสะอาดรองเท้า Klas & Sylph ได้ที่หน้า 'วิธีทำความสะอาด' ค่ะ

ส่วนใต้พื้นรองเท้า (outsole) ของรองเท้า Klas & Sylph ทำมาจากอะไร?

ส่วนใต้พื้นรองเท้า (outsole) ของรองเท้า Klas & Sylph ทำมาจากยางพาราของไทย และเป็นวัตถุดิบที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงดีต่อสิ่งแวดล้อม

รองเท้า Klas & Sylph ใส่แล้วลื่นมั้ย? เกาะพื้นได้ดีรึเปล่า?

รองเท้า Klas & Sylph เกาะพื้นได้ดีมาก (ไม่ลื่น) เพราะส่วนใต้พื้นรองเท้านอกจากจะทำจากยางพารา ซึ่งให้แรงเสียดทาน (friction) ที่ดีแล้ว ยังมีดอกยางที่มีลวดลายที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เกาะกับพื้นถนนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพราะว่ารองเท้า Klas & Sylph มีแรงเสียดทานที่ดีมาก ท่านจึงควรหลีกเลี่ยงการใส่เดินบนพื้นพรม เพราะอาจจะทำให้ท่านสะดุดได้ หมายเหตุ: รองเท้า Klas & Sylph เป็นรองเท้าสุขภาพเพื่อการเดินปกติ และไม่ใช่รองเท้ากีฬา ฉะนั้น จึงไม่เหมาะกับการใส่เพื่อใช้วิ่ง

รองเท้า Klas & Sylph มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่?

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของรองเท้า Klas & Sylph มีอยู่ 2 ปัจจัย คือ การใช้งาน อายุขัยของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต แน่นอนว่า สินค้าใดๆก็ตามในโลกนี้ ล้วนมีอายุงานที่จำกัดเสมอ รองเท้า Klas & Sylph ก็เช่นกัน โดยส่วนที่จะเสื่อมสภาพก่อนส่วนอื่นก็คือส่วนของพื้นยางใต้รองเท้า (outsole) ที่ยิ่งใส่เดินเยอะ ก็ยิ่งสึกเร็ว (เปรียบได้กับยางรถยนต์ ที่ยิ่งขับเยอะ ก็ยิ่งสึกเร็ว) ดังนั้น เราไม่สามารถประมาณการอายุงานของพื้นยางใต้รองเท้าเป็นหน่วยเวลาได้ ถามว่าพื้นยางถ้าดอกยางจางหายหมดแล้ว ยังสามารถใช้รองเท้าต่อได้หรือไม่? คำตอบคือสามารถใส่ต่อไปได้ แต่ความสามารถในการเกาะพื้นถนนจะด้อยลงไป เพราะไม่มีดอกยางมาช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน ถามว่า ถ้าพื้นยางสึกจดหมด หรือ เกือบหมด จนส่วนของพื้นรองเท้าที่เราใช้เหยียบ (midsole) สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรงแล้ว จะยังสามารถใส่รองเท้าต่อไปได้หรือไม่? คำตอบคือ หากเป็นเช่นนั้น มันก็ถึงเวลาอันสมควรที่ท่านควรจะซื้อรองเท้าคู่ใหม่ได้แล้ว เพราะการที่รองเท้ามีสภาพเป็นเช่นนั้น ไมโครไฟเบอร์ที่ใช้บุพื้นรองเท้า (sock lining) จะมีการสัมผัสเสียดสีกับพื้นถนนโดยตรง และจะขาดออกมาในที่สุด ซึ่งดูไม่สวยงามเอาเลยทีเดียว และแน่นอนว่า เราไม่สามารถทำการเปลี่ยนพื้นยางให้ท่านได้ เพราะกระบวนการผลิตของเรา ได้ทำให้พื้นยางกับพื้นรองเท้าหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน หากฝืนแยกพื้นยางกับพื้นรองเท้าออกจากกัน [...]

ปกติเป็นคนใส่รองเท้าแตะที่เป็นหูคีบแล้วเจ็บนิ้ว รองเท้า Klas & Sylph จะใส่แล้วเจ็บรึเปล่า?

การที่ใส่รองเท้าแตะที่เป็นหูคีบแล้วเจ็บนิ้วเท้านั้น มีสาเหตุที่เป็นไปได้อยู่หลายสาเหตุ เช่น ปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ทำหูคีบ ความหนาของหูคีบ และ ความบอบบางของผิวของผู้สวมใส่ ในส่วนของวัตถุดิบที่ใช้ทำหูคีบ หากวัตถุดิบมีความแข็งกระด้างเกินไป จะทำให้เกิดการเสียดสีมากเกินควร ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บนิ้วเท้า และแน่นอนว่าเราเข้าใจดีถึงจุดนี้ เราจึงเลือกใช้วัตถุดิบที่มีความนุ่มละมุนต่อผิวมากที่สุดในการทำหูคีบ และวัตถุดิบนั้นก็คือ ไมโครไฟเบอร์แบบผิวขน นั่นเอง ในส่วนของความหนาของหูคีบ หากหูคีบมีความหนาเกินไป ก็ทำให้นิ้วเท้าถูกง้างออกมากเกินไป และทำให้เกิดการเสียดสีกับนิ้วเท้ามากเกินความจำเป็นด้วย ดังนั้นเราจึงออกแบบให้หูคีบมีความหนาน้อยที่สุด ในขณะที่ยังต้องมีความคงทน ไม่ขาดง่าย อย่างไรก็ตาม ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่ผู้สวมใส่จะมีผิวที่บอบบางกว่าปกติ ในกรณีเช่นนี้ เราจะแนะนำให้ท่านเลือกใช้รองเท้าแตะแบบสวมแทนค่ะ

Go to Top